Meaw先生のエッセー「ソンクラーン」
เดือนเมษายนเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของฤดูร้อนในประเทศไทย แต่ถึงแม้จะร้อนมากขนาดไหนแต่ฤดูร้อนก็มีผลไม้อร่อยมากก็คือ มะม่วงหลากหลายชนิด ทั้งมะม่วงกินแบบดิบ(มะม่วงยังเขียวอยู่) และกินแบบสุก (มะม่วงสีเหลือง) มะม่วงแบบสุกนิยมเอามากินกับข้าวเหนียว เรียกว่า “ข้าวเหนียวมะม่วง”
ช่วงนี้ถ้าไปดูตามซุปเปอร์มาร์เก็ตในญี่ปุ่นก็อาจจะเจอมะม่วงไทยวางขายอยู่ ราคาลูกละ ๒๙๘ -๕๐๐ เยน มะม่วงไทยรสชาติหวานกลมกล่อมกินคู่กับข้าวเหนียวที่หุงด้วยกะทิเข้ากันมากเวลากิเพลินจนไม่อยากวางช้อน เสริฟ์คู่กับชาเขียวญี่ปุ่นก็ไม่แพ้ขนมมั่นจู่
ถึงแม้ว่าเดือนเมษายนอากาศจะร้อนมากจนทำให้หลายคนไม่อยากไปเที่ยวเมืองไทยในช่วงนี้ แต่เมืองไทยก็ยังมีประเพณีเก่าแก่ที่สนุกสนานช่วยคลายความร้อนได้ คือ การเล่นน้ำ เรียกว่า“สงกรานต์” คนต่างชาติจะเรียกกันว่า “WATER FESTIVAL”
คำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่าก้าวขึ้น ย่างขึ้น การย้ายที่ เคลื่อนที่ คือ พระอาทิตย์เคลื่อนที่เข้าสู่ราศีใหม่ หมายถึง วันขึ้นปีใหม่ ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๓,๑๔,๑๕ เมษายนทุกปี วันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยจนถึง พ.ศ. ๒๔๘๓ ทางราชการจึงเปลี่ยนเป็นวันที่ ๑ มกราคม
วันสงกรานต์ไม่ใช่แต่จะเล่นสาดน้ำกันอย่างเดียว แต่ยังมีกิจกรรมหลายอย่างก่อนที่จะเล่นสาดน้ำกัน เริ่มตั้งแต่ก่อนวันสงกรานต์ก็จะทำความสะอาดบ้าน เตรียมเสื้อผ้าใหม่ที่จะใส่ไปทำบุญ เตรียมอาหารไปทำบุญ ขนมที่เป็นเอกลักษณ์ของวันสงกรานต์ คือ ข้าวเหนียวแดง และกาละแมเมื่อถึงวันสงกรานต์เริ่มด้วยการตักบาตรตอนเช้า ทำบุญกระดูกให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับ(ตายไปแล้ว) สรงน้ำพระพุทธรูป(รดน้ำพระพุทธรูป) บางแห่งก็มีการขนทรายมาก่อเจดีย์ในวัด การปล่อยนก ปล่อยปลา (เพื่อให้ไปสู่ที่อิสระ) การรดน้ำผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือเพื่อขอพร หลังจากนั้นก็เล่นรดน้ำกัน(สาดน้ำ) การเล่นน้ำจะเล่นหลังจากเสร็จพิธีทางศาสนาแล้ว ก็คือช่วงบ่าย เวลาเล่นน้ำจะใช้ “น้ำอบ”(น้ำหอมไทย)ผสมน้ำสะอาดแล้วรดกันเบาๆ
ปัจจุบันสังคมเปลี่ยนไปหลายคนต้องเข้าไปทำงานในเมือง จึงถือวันสงกรานต์เป็น “วันครอบครัว” ทุกคนจะเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อไปทำบุญและพบปะกับครอบครัว และญาติ
ครูเหมียว

